เป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดซื้อขายนักเตะค่อนข้างคึกคักเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะคว้านักเตะที่มีฝีเท้าเข้ามาร่วมทีมของตัวเอง มาดูว่ามีแข้งรายไหนบ้างที่ถูกซื้อด้วยค่าตัวสูงสุดในตลาดหน้าร้อนของปีนี้

1.คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (ย้ายจาก โมนาโก ไป ปารีส แซงต์ แชร์ก แมง)

นักเตะเพชรงามของวงการฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายจาก โมนาโก ไป ปารีส ที่จริงแล้ว เอ็มบั๊ปเป้ ย้ายมาอยู่กับเปแอสเชตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา ในสัญญายืมตัวพ่วงออปชั่นซื้อขาด โดยหลัจากจบซีซั่นที่แล้วทีมดังจากกรุงปารีสก็ไม่รอช้าที่จะคว้านักเตะในวัยเพียง 20 ปี คนนี้มาร่วมทีมอย่างถาวร ด้วยค่าตัวสูงถึง 180 ล้านยูโร

2.ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไป บาร์เซโลน่า)

บอกก่อนเลยว่าพฤติกรรมของ คูตินโญ่ ในถิ่นแอนฟิลด์ไม่ค่อยทำให้แฟนบอลของลิเวอร์พูลพอใจสักเท่าไหร่ และเจ้าตัวยังออกมาให้สัมภาษณ์อีกว่าต้องการย้ายไปเล่นกับทีมในฝันอย่างบาร์เซโลน่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกก็ตาม ซึ่งในตอนนี้แฟนบอลบาร์เซโลน่าก็ไม่พอใจสักเท่าไหร่ เพราะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้สมกับค่าตัว 120 ล้านยูโร ที่เจ้าบุญทุ่มจ่ายไปสักเท่าไหร่

3.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไป ยูเวนตุส)

กล่ยเป็นข่าวใหญ่ประจำปีเลยก็ว่าได้ เมื่อนักเตะที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอล ได้ตัดสินใจย้ายทีมจาก เรอัล มาดริด ไปค้าแข้งกับทีม ยุเวนตุส ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ ในค่าตัว 100 ล้านยูโร โดยเจ้าตัวเองก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

4.เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก (ย้ายจาก เซาแธมป์ตัน ไป ลิเวอร์พูล)

เนื่องจากเมื่อช้าวงต้นของซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล ได้พูดคุยเจรจากับ ฟานไดจ์ก โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาติจากทางต้นสักกัดของนักเตะ ทำให้ เซาแธมป์ตัน เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากกับการกระทำครั้งนี้ แต่ในสุดท้าย หงส์แดง ก็สามารถคว้าตัวกองหลังชาวฮอนแลนด์รายนี้มาร่วมทีมได้ เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกปัจจุบัน ด้วยค่าตัว 84.5 ล้านยูโร

5.เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า (ย้ายจาก แอธเลติก บิลเบา ไป เชลซี)

หลังจากที่เชลซีได้ตัดสินใจปล่อยตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูตัวเก่งออกจากทีมไปให้กับ เรอัล มาดริด เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมต้องหาผู้รักษาประตูคนใหม่มาเสริมทัพ จนที่สุดพวกเขาก็คว้าตัว เกป้า มือกาววัย 24 ปี ชาวสเปนเข้ามาร่วมทีมในค่าตัวอยู่ที่ 80 ล้านยูโร กลายเป็นผู้รักษาประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนปัจจุบัน

6.โธมัส เลอมาร์ (ย้ายจาก โมนาโก ไป แอตเลติโก้ มาดริด)

ในปีที่แล้ว เลอมาร์ ตกเป็นข่าวกับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมในยุโรปไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล,บาเยิร์น มิวนิค,บาร์เซโลน่า,และอาร์เซน่อล แต่เจ้าตัวก็ยังตัดสินใจอยู่กับต้นสังกัดเดิมต่อไป จนในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แอตเลติโก้ มาดริด กลายเป็นทีมที่ได้ตัว เลอมาร์ ไปร่วมทัพในซีซั่นนี้ และเป็นทีมที่ไม่เคยตกเป็นข่าวกับนักเตะรายนี้เลย ด้วยค่าตัวราวๆ 70 ล้านยูโร

7.ริยาด มาห์เรซ (ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเคยมีกระแสข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ต้องการที่จะคว้าตัว มาห์เรซ ไปร่วมทีมด้วย และเจ้าตัวเองก็ต้องการที่จะย้ายเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะไปอยู่ในทีมที่ใหญ่กว่า เพื่อความสำเร็จในการค้าแข้งจนถึงขั้นว่าเจ้าตัวไม่กลับไปซ้อมกับทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ปัญหาจะคลี่คลาย แต่สุดท้ายในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เรือใบสีฟ้า ก็สามารถดึงตัว มาห์เรซ มาร่วมทีมได้สำเร็จด้วยค่าตัว 67.8 ล้านยูโร

8.อายเมลิค ลาปอร์ต (ย้ายจาก แอธเลติก บิลเบา ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้คว้าตัวกองหลัง ลาปอร์ต ชาวฝรั่งเศสมาร่วมทีม พร้อมกับคำถามที่ว่าซื้อมาแล้วจะคุ้มไหม จนในที่สุดตอนนี้เจ้าตัวก็สามารถตอบด้วยผลงานที่ยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักของ เรือใบสีฟ้า ในปัจจุบันไปแล้วด้วยค่าตัวสูงถึง 65.2 ล้านยูโร

9.ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง (ย้ายจาก โปรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป อาร์เซน่อล)

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ในตอนนั้นยังคุมทัพ ปืนใหญ่ ได้ตัดสินใจปล่อยตัว โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวสำคัญให้กับเชลซี พร้อมกับคว้าตัว โอบาเมยอง โดยนำเงินนั้นร่วมกับเงินสโมสรในการคว้าตัวดาวยิงตัวเก่งของ ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีมในครั้งนี้ ซึ่งตั้งแต่เกมแรกที่ได้ลงสนามให้กับอาร์เซน่อลดาวยิงชาวบากองก็สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีทีเดียว สมกับค่าตัว 63.7 ล้านยูโร ที่ทางกุนซือทีมได้ทุ่มไป

10.อลิสซอน เบ็คเกอร์ (ย้ายจาก โรม่า ไป ลิเวอร์พูล)

เกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ในซีซั่นที่ผ่านมาหลังจากที่ ลอริส คาริอุส สร้างความผิดพลาดถึง 2 ครั้ง ในเกมเดียวจนทำให้ทีมพลาดโอกาสคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูลตัดสินใจปล่อยตัว คาริอุส ออกจากทีมในสัญญายืมตัว และพร้อมกับคว้าตัวมือกาวชาวบราซิล อริสซอน เบ็คเกอร์ มาร่วมทีมและยังเป็นนายประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกด้วยค่าตัว 62.5 ล้านยูโร ก่อนที่จะถูก เกป้า ทำลายสถิติลงเพียงไม่กี่วัน

March 13th, 2019

Posted In: บทความ

ถ้าพูดถึงสนามฟุตบอลหลายๆคน อยากรู้มั้ยว่าสนามที่การรองรับการเข้าชมได้มากที่สุด มีความจุเท่าไหร่? มีสนามไหนบ้าง? วันนี้เรามี 5 อันดับสนามที่มีความจุได้มากที่สุด มาให้ทุกคนได้ติดตามกันว่ามีสนามอะไรบ้าง ?

1.สนามเวมบลีย์ (Wembley stadium)
เป็นสนามฟุตบอลที่ตั้งอยู่ในเวมบลีย์พาร์ก ในเบรนต์ ประเทศอังกฤษ เปิดเมื่อปี 2007 ในสถานที่ตั้งเดิมของสนามเดิมที่สร้างในปี ค.ศ. 1923 สนามมีความจุ 90,000 ที่นั่ง ซึ่งเป็นสนามที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของทวีปยุโรป และสนามเวมบลีย์นี้ ใช้ในเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ ของ ทีมชาติอังกฤษ และเป็นสนามการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของการแข่งขันฟุตบอล เอฟเอคัพ โดยมีผู้ดูแลสนามคือ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ

2.สนามคัมป์ นู (Camp Nou)
สามารถรองรับแฟนบอลได้ถึง 98,772 คน เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เปิดใช้เมื่อปี 1957 และสนามคัมป์ นู ยังเป็นสนามเหย้าของทีม เอฟซี บาร์เซโลน่า และสนามแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงทั่วโลกด้วย ซึ่งสนามคัมป์ นู ยังสวยงามติดอันดับต้นๆของยุโรป อีกด้วย

3.สนามเมลเบิร์น คริกเก็ต (Melbourne Cricket Ground)
สามารถรองรับแฟนบอลได้ถึง 100,000 คน เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย สนามเมลเบิร์น คริกเก็ต เปิดใช้ในปี 1854 ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล และกีฬาคริกเก็ตและสนามแห่งนี้ได้มาตรฐานระดับ ฟีฟ่า สามารถใช้เป็นสนามจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ด้วย

4.สนามอัซเตกา (Estadio Azteca)
มีความสามารถรองรับแฟนบอลได้ถึง 105,000 คน เมืองเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก สนามอาซ์เตก้า เคยใช้เป็นสังเวียนการแข่งขันฟุตบอลโลกในนัดชิงชนะเลิศ ที่ทีมชาติบราซิล เอาชนะ ทีมชาติอิตาลี ไป 4 ต่อ 1 ในปี 1970 และสนามอาซ์เตก้า ยังเป็นสนามเหย้าของทีม คลับ อเมริกา ซึ่งสนามอาซ์เตก้า เปิดใช้ในปี 1966 และปรับปรุ่งเพิ่มในปี 1985

5.สนามรังการ์โด เมย์ เดย์ Rungrado May Day Stadium
สนามแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกเนื่องจากสนามแห่งนี้จุได้มากถึง 114,000 ที่นั่ง เมืองเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์คอมมิวนิสต์อย่างชัดเจน และใช้เป็นสนามกีฬาแข่งขันในระดับชาติ เปิดใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1989 (สำหรับการเฉลิมฉลองคอมมิวนิสต์ในวันแรงงานแห่งชาติ)

March 12th, 2019

Posted In: บทความ

ดูบอลอยู่บ้าน

หลายคนคงไม่พลาดที่จะเช็คตารางบอล เพื่อรอชมการถ่ายทอดสดทีมโปรดของคุณ ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ตาม แต่บางคนเลือกที่จะออกไปดูบอลนอกบ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วการนั่งดูบอลทีมโปรดอยู่ที่บ้านก็ให้อะไรหลายอย่างที่การออกไปดูบอลข้างนอกให้ไม่ได้ วันนี้เรามี 5 เหตุผลที่คอบอลส่วนใหญ่ชอบดูบอลอยู่บ้านมาฝากกัน

1.ได้อยู่กับครอบครัวใช้เวลาด้วยกัน
การที่เลือกดูบอลทีมโปรดที่บ้าน มีโอกาสอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากกว่าการไปดูข้างนอก นอกจากนี้คุณยังได้ปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ สามี ภรรยา พี่น้อง แล้วยังจะช่วยกระชับความสัมพันธ์คนในครอบครัวได้มากขึ้นอีกด้วย

2.สะดวกกว่า
ในช่วงที่มีบอลแมทซ์สำคัญ การออกไปดูบอลนอกบ้านอาจทำให้คุณประสบปัญหา ร้านประจำที่นั่งเต็ม!! เครื่องดื่มอัพราคา!! เผลอๆ อาจะเลยเถิดไปถึงเรื่องบอลจบแต่คนไม่จบก็ได้!! เพราะฉะนั้นการเลือกดูบอลอยู่บ้านถือว่าสะดวกกว่ามากๆ ทั้งในเรื่องของเวลา เรื่องของค่าใช้จ่าย และไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดเพราะอุตส่าห์ถ่อไปถึงร้านแล้วแต่ดันไม่มีที่นั่งซะงั้น

3. ประหยัดกว่า
เรื่องนี้คงไม่ต้องพูดเยอะเพราะสายตี้น่าจะรู้กัน การออกไปดูบอลนอกบ้าน มักจะไม่จบแค่บอลจบ ถ้าหากว่าทีมโปรดของคุณชนะ แน่นอนว่ามันต้องมีการฉลองกันนิดๆ หน่อยๆ (นิดหน่อยจริงเหรอ?) และถ้าทีมรักของคุณแพ้ล่ะ? แน่นอนว่ามันต้องมีการดื่มเพื่อปลอบใจ สรุปง่ายๆ เลยว่า ไม่ว่าผลบอลจะออกมาเป็นแบบไหน ก็ต้องเสียเงินอยู่ดี 55555 และการดื่มอยู่ที่บ้านกับการดื่มที่ร้าน ค่าใช้จ่ายมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว ใครอยากประหยัดก็ดูบอลที่บ้านเถอะค่ะ

4.ถือโอกาสพาเพื่อนมาเจอแฟน (ครอบครัว)
ใครเคยเจอปัญหาแบบนี้บ้าง? จะออกไปดูบอลข้างนอกกับเพื่อนก็กลัวแฟนงอน จะนอนดูหนังที่บ้านกับแฟน (ในวันที่มีบอลนัดสำคัญ) ก็กลัวเพื่อนนอยด์ และคำถามยอดฮิตตลอดกาลก็มักจะโผล่ขึ้นมา “เพื่อนกับแฟนจะเลือกใคร?” เราขอตอบตรงนี้เลยค่ะว่าไม่ต้องเลือก!! พาเพื่อนมาดูบอลที่บ้าน จบ!! ตัดปัญหาระหว่างเพื่อนกับแฟนจะเลือกใครทิ้งไปได้เลยจ้า

5.ปลอดภัยกว่า
ก็นั่นแหละ เหมือนที่เราบอกไปในข้อ 2 สมัยนี้แฟนบอล “บางคน” บอลจบแต่คนไม่จบมีให้เห็นกันเยอะมาก การออกไปดูบอลข้างนอกค่อนข้างเสี่ยง บางคนตอนดูก็ดีๆ อยู่ พอน้ำเมาเข้าปากบวกกับอาการหัวร้อน ใครพูดอะไรก็ไม่เข้าหู

March 11th, 2019

Posted In: บทความ

สถานที่ดูบอล

เมื่อเกิดคำถามที่ว่า “ดูบอลทีไหนดี?” บรรดาเหล่าพ่อบ้านใจกล้าทั้งหลาย อาจเลือกที่จะออกไปชมบอลนอกบ้านตามร้านอาหาร ผับ หรือบาร์ หรือบางคนอาจจะเลือกนั่งดูอยู่บ้าน วันนี้มาดูกันว่ามีสถานที่ไหนบ้างที่เหล่าคอบอลชอบไปกัน

1.ดูบอลร้านเหล้า
หลายคนที่ชอบออกไปดูบอลร้านเหล้า แน่นอนเลยว่ามันได้บรรยากาศในการดูการเชียร์มากกว่า ไหนจะได้ร่วมเชียร์ไปกับเพื่อนๆ ผู้คนเยอะแยะที่อยู่ในร้านไม่ต่างกับนั่งอยู่ในสนามก็ว่าได้ ยิ่งได้นั่งกินอาหารจิบเบียร์เย็นๆควบคู่ไปด้วยถือว่าดีเลย ยิ่งถ้าเป็นแมตช์สำคัญเสียงเชียร์เสียงโห่ดังเหมือนกับนั่งเชียร์อยู่ขอบสนามเองเลย

2.ดูบอลที่สนาม
บอกเลยว่าการได้ไปนั่งดูบอลทีมโปรดแข่งแบบติดขอบสนามนี่มันได้บรรยากาศในการเชียร์แบบสุดๆ ได้ส่งเสียงเชียร์นักเตะคนโปรดแบบระยะใกล้ชิด ยิ่งทำให้ฟินกันทั่วหน้า และอาจทำให้คุณเสพติดการดูบอลไปเลยก็ว่าได้

3. ดูบอลที่บ้าน
การเลือกดูบอลอยู่ที่บ้าน ก็ใช่ว่าจะไม่สนุก ยิ่งถ้าหากคนในครอบครัวชอบดูบอลด้วยบอกเลยว่าสนุกไม่แพ้กับการได้ออกไปเชียร์นอกบ้านย่างแน่นอน และที่สำคัญทำให้เราได้ใช้เวลากับครัวครอบได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จะได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัวอีกด้วย

4. ดูบอลที่ไหนก็ได้แค่มีสาว
ดูบอลที่ไหนก็ได้ขอแค่มีสาว อันนี้ไม่ว่าจะเป็นดูบอลนอกบ้านหรือร้านเหล้าถ้ามีสาวๆ มาร่วมเชียร์บอลไปกับเราด้วย มันก็สร้างสีสันในการเชียร์ได้ไปอีกแบบนึง มาช่วยส่งเสียงเชียร์ส่งเสียงกรี๊ดไปกับคุณ ทำให้การดูบอลของคุณไม่น่าเบื่อไม่เงียบเหงาไปอิกด้วย

March 10th, 2019

Posted In: บทความ

สำหรับคนคอบอล การได้เฝ้าชมเกมระดับโลกแบบสดๆ นาทีต่อนาที ถือเป็นเรื่องที่หากิจกรรมใดมาเทียบไม่ได้ แต่สำหรับพนักงานบริษัทที่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน หากต้องอดนอนติดต่อกัน มีหวังเสียงานเสียการเป็นแน่ วันนี้เรามีวิธีการดูแลสุขภาพมาฝากลองนำไปใช้กัน

1.วางแผนดูบอล
ควรเลือกดูบอลเฉพาะคู่ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องดูให้ครบทุกคู่ เหลือเวลาไว้ให้ร่างกายได้พักผ่อน พักสายตากันบ้าง หรืออาจเลือกที่จะดูคลิปย้อนหลังแทน เพื่อไม่ให้ตื่นไปทำงานสาย และยังทำงานได้มีประสิทธิภาพอีกด้วย

2.วางแผนการกิน
ดูฟุตบอลจนร่างกายอ่อนล้า เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ไม่ควรที่จะละเลยเรื่องอาหาร หากว่าเลือกทานแต่อาหารจำพวกขนมขบเคี้ยวนั้นที่อุดมไปด้วยแป้ง น้ำตาล ผงชูรส ไขมัน ซึ่งทำให้เกิดโรคอ้วน และกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น ควรเลือกรับประทานทานอาหาที่ทีประโยชน์ เพราะจะช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนล้าของเราได้เป็นอย่างดี
ในระหว่างวันควรทานอาหารที่เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย อาหารจำพวกที่มีวิตามินบีและซีสูง เช่น ผักหรือผลไม้สดๆ น้ำส้มคั้น ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายเราสดชื่นยิ่งขึ้นและยังช่วยให้สมองลดความเคลียดลงได้อีกด้วย

3. วางแผนการนอน
ควรนอนพักให้ได้ 6-8 ชั่วโมง หากคนเราเอาแต่ดูบอลจนไม่พักผ่อนเลย ซึ่งจะทำให้เสียสุขภาพเจ็บป่วยได้ง่าย อาจจะอ่อนเพลียไม่มีแรง ทำให้มีผลต่อฮอร์โมนควบคุมอาหารได้อยาก และอาจจะทำเราเสียการเสียงานได้อีกด้วย
ที่สำคัญการนอนดึกตื่นสาย ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เพราะจะทำให้ร่างกายเรานั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง อาจจะนำไปสู่โรคภาวะซึมเศร้าได้ หากใครที่พักผ่อนน้อยก็ควรจะดื่มน้ำให้มากๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ประมาณ 1.5-2 ลิตร ต่อวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำป้องกันอาการร้อนใน

4. การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายสม่ำเสมอก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรทำ เพื่อเป็นการปรับสภาพร่างกายเราให้พร้อมไปกับการอดนอนดูฟุตบอลในเวลาดึกๆ ได้ และในระหว่างดูบอลเราก็สามารถออกำกลังกายไปได้ เช่น การขยับแข้งขา กระโดดโลดเต้นในขณะเชียร์บอล ยังช่วยทำให้ไม่ง่วงได้อิกด้วย

5. เคลียร์งานให้เสร็จก่อนดูบอล
ไม่สนุกแน่ๆ หากต้องมานั่งทำงานไปพร้อมๆ กับการเชียร์บอลคู่สำคัญของคุณ เพราะอาจจะทำให้คุณพลาดช็อตเด็ดๆ จากการทำประตูของนักเตะคนโปรดของคุณไปก็ว่าได้ เห็นแบบนี้ก็ควรเคลียร์งานให้เสร็จก่อนที่จะมานั่งเชียร์บอลจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องงานอิกต่อไป

การวางแผนที่ดีจะทำให้คุณพร้อมสำหรับบอลคู่สำคัญที่ไม่อยากพลาด สุขภาพไม่เสีย ร่างกายไม่โทรม อีกทั้งยังช่วยให้ไม่เสียงานอีกด้วย

March 8th, 2019

Posted In: บทความ

ผู้หญิงดูบอล

เรื่องราวความคลั่งไคล้ของผู้หญิงที่ชอบดูบอล คือเราเป็นคนชอบดูบอลมากๆ จนถึงขั้นว่าพูดคุยกับพวกผู้ชายก็ไม่น้อยหน้าอ่ะ แต่ก็อาจจะดูไม่มากนักสำหรับผู้ชายที่เป็นนักดูบอลตัวยง แต่แน่นอนเราคิดว่ามันมากพอสำหรับผู้หญิงที่ชอบดูบอลแบบเราแน่ๆ
จุดเริ่มต้นของการดูบอลของเราก็น่าจะคล้ายๆ กับผู้หญิงทั่วไป คือ นักบอลคนนี้เป็นใครอะ หล่อจัง ชื่อไร อยากรู้จัก ? 555 แต่ก่อนอื่นเราก็ต้องศึกษาเรื่องบอลกันสักหน่อย เพื่ออรรถรสในการดูบอลได้สนุก เชียร์ได้มันส์ยิ่งขึ้น เรามาเริ่มกันเลย

ผู้หญิงดูบอล

1.เลือกทีมที่จะเชียร์

ควรเลือกที่โปรดในดวงใจไว้สักทีม เพื่อไม่ให้การเชียร์ของเรานั้นไร้จุดหมาย แต่ละทีมสไตส์การเล่นก็แตกต่างกันไป หรืออาจจะเลือกเชียร์ตามเพื่อน ตามแฟน ก็ได้เหมือนกัน สำหรับเรานั้นเราเลือกเชียร์ทีมที่มีนักเตะหล่อๆ 555

ผู้หญิงดูบอล

2.ศึกษาดูกติกานิดหน่อย

รู้กติกาไว้สักนิด ไม่ต้องถึงกับรู้ลึกเท่ากรรมการ เอาแค่พอรู้ว่า ล้ำหน้าเป็นยังไง เวลาแข่งกี่นาที จำนวนผู้เล่น การทำฟาล์ว การนับคะแนน การทำประตู ใบเหลือง ใบแดง เป็นต้น เพื่อให้อินกับการดูบอลได้มากขึ้น ผู้หญิงดูบอลแบบเรารู้แค่นี้ก็ถือว่าเยอะแล้ว 555

ผู้หญิงดูบอล

3.นักเตะในดวงใจ

แน่นอนว่าสำหรับผู้หญิงที่ดูบอล ไม่ได้มีคนเดียวแน่ๆสำหรับนักแตะในดวงใจ บางคนชอบพราะหน้าตาหล่อ บุคลิคดี หรืออาจจะเลือกจากฟอร์มกานเล่น ก็แล้วแต่ตามสบายกันเลย เมื่อเลือกนักแตะที่จะเป็น FC ได้แล้ว ทำให้เรามีกำลังใจในการดูการเชียร์เพิ่มขึ้น อาจจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง แค่ได้เห็นเค้าวิ่งอยู่ในสนามก็ฟินแล้ว

ผู้หญิงดูบอล

4.หาเพื่อนร่วมเชียร์

ดูบอลมันก็ต้องดูหลายคนๆ ถึงจะมันส์แบบถึงใจ ชวนครอบครัว เพื่อนฝูง หรือจะเป็นคนรู้ใจ ชวนมานั่งลุ้นนั่งเชียร์ไปด้วยกันถึงจะสนุก ยิ่งถ้าเชียร์ทีมตรงข้ามกันนี้บอกเลยว่ายิ่งมันสะใจแน่นอน

ผู้หญิงดูบอล

   ฝากถึงผู้หญิงที่อยากดูบอลไม่แปลกหรอกที่ผู้หญิงอย่างเราจะอยากดูบอล เราว่าเวลาผู้หญิงกับผู้ชายนั่งดูบอลด้วยกัน สนุกไปอีกแบบนึง ผู้ชายก็จะโห่ ผู้หญิงอย่างเราก็ไม่น้อยหน้า กรี๊ดดดด กันสุดเสียงเลยก็ว่าได้ 5555 

March 7th, 2019

Posted In: บทความ

« Previous Page